หน้าแรก
สาขาวิชา
หลักสูตร
บริการ
บุคลากร
ผลงานตีพิมพ์
งานวิจัย
ความภูมิใจ
อดีต-ปัจจุบัน
Radiology Intranet

ผู้เยี่ยมชม # 1 ตั้งแต่ ธันวาคม 2545
EnglishEnglish Thaiไทย
โรงเรียนรังสีเทคนิค โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย
กำหนดการรับสมัครสอบคัดเลือกบุคคลเพื่อเข้าศึกษา
หลักสูตรประกาศนียบัตรวิทยาศาสตร์การแพทย์ (เทียบเท่าอนุปริญญา) สาขาวิชารังสีเทคนิค ประจำปีการศึกษา 2553

ระหว่างวันที่ 19-23 เมษายน 2553 รายละเอียดการสมัคร


ประวัติความเป็นมา
รายนามหัวหน้าภาควิชาฯ
กรรมการบริหารภาควิชาฯ
สถานที่ติดต่อ

ภาควิชารังสีวิทยา
คณะแพทยศาสตร์
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ยินดีต้อนรับ

ประวัติความเป็นมา

30 พฤษภาคม พ.ศ. 2457
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาวชิราวุธพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว ทำพิธีเปิดโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และเครื่องเอกซเรย์ที่ติดตั้งอยู่ที่ห้องผ่าตัด โดยมีการฉายเอกซเรย์ถวาย โดยหัวหน้าแผนกไฟฟ้าและราดิอุม นายพันตรีหลวงศักดาพลรักษ์ ด้วย

พ.ศ. 2477
ศาสตราจารย์หลวงพิณพากย์พิทยาเภท ได้รับเชิญจากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เป็นที่ปรึกษา กิติมศักดิ์ของ "หมวดแสงรัศมี"

พ.ศ. 2482
ศาสตราจารย์แพทย์หญิงคุณตวัน สุรวงศ์ บุนนาค เป็นรังสีแพทย์ประจำคนแรก ของโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ หลังจากจบการศึกษาวิชารังสีวิทยา ณ เมืองเบอร์ลิน สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี โรงพยาบาลได้มีการจัดซื้อเครื่องเอกซเรย์เพิ่มขึ้น มีเตียงเอกซเรย์ชนิด "Bucky" เป็นเครื่องแรกในประเทศไทย

24 มิถุนายน พ.ศ.2485
มีพิธีเปิดตึก "อภันตรีปชา" ซึ่งสร้างขึ้นโดยเงินบริจาคของพระประยูรญาติของพระเจ้าบรมวงศ์เธอพระองค์เจ้าอภันตรีปชา พระราชธิดาในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นอาคารชั้นเดียว เป็นที่ทำการของหมวดแสงรัศมี

พ.ศ. 2489
มีการใช้เครื่องเอกซเรย์ของหมวดแสงรัศมี ในการสืบสวนกรณีสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล

พ.ศ. 2490
คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ได้ถูกก่อตั้งขึ้น หมวดแสงรัศมีได้ถูกเปลี่ยนชื่อเป็น "แผนกรังสีวิทยา"

พ.ศ. 2494 รังสีรักษา
มีการก่อตั้งหน่วยรังสีรักษา สภากาชาดไทย ได้จัดซื้อเครื่อง Deep x - rays จากบริษัท เยอเนอราลอิเล็คตริก (Maxinar 400) สำหรับรักษาโรคมะเร็ง ติดตั้งที่ตึกอภันตรีปชา และจัดซื้อเม็ดแร่เรเดียมพร้อมเครื่องมือสอดใส่แร่เพื่อรักษามะเร็งอวัยวะสตรี ซึ่งได้มีการยกเลิกการใช้แร่เรเดียมใน พ.ศ. 2524 โดยมติขององค์การอนามัยโลก และได้ส่งมอบแร่เรเดียมที่มีอยู่ทั้งหมดจำนวนประมาณ 1 กรัม มอบให้สำนักงานปรมณูเพื่อสันติ

พ.ศ. 2494
เริ่มทำการตรวจเอกซเรย์หลอดเลือดแดงด้วยการฉีดสารทึบรังสีครั้งแรก

พ.ศ. 2495 รังสีวิทยาวินิจฉัย
ศาสตราจารย์แพทย์หญิงคุณตวัน สุรวงศ์ บุนนาค ได้ทุน MSA (Mutual Security Agency) ไปศึกษาอบรมที่ Bellevue Hospital, New York City เป็นเวลา 1 ปี สอบได้ American Board of Radiology และในการให้ความร่วมมือกับ MSA ในส่วนรังสีวิทยาวินิจฉัยได้เครื่องเอกซเรย์ General Electric พร้อมด้วย Fluoroscopy และ Spot film device เป็นเครื่องแรกของประเทศไทย

พ.ศ. 2495 รังสีวิทยาวินิจฉัย
ได้ติดตั้งเครื่องเอกซเรย์ฟลูออร์โรสโคปของบริษัทยีอี เมดิคอล ซิสเต็ม (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อการตรวจเอกซเรย์แสดงการเคลื่อนไหวของอวัยวะที่ตรวจได้ และเริ่มมีการใช้สารทึบรังสีเพื่อการตรวจวินิจฉัย เช่น การวินิจฉัยระบบทางเดินอาหาร ระบบทางเดินปัสสาวะ เป็นต้น

พ.ศ. 2495
มีการตรวจเอกซเรย์ความผิดปกติของหัวใจโดยการสวนหัวใจเป็นครั้งแรก โดยศาสตราจารย์นายแพทย์สมาน มันตราภรณ์

พ.ศ. 2496 รังสีรักษา
มีการจัดซื้อเครื่อง Contact x - rays จากบริษัทฟิลิปส์ สำหรับรักษาแผลเป็น keloid

พ.ศ. 2498 รังสีรักษา
มีการจัดซื้อเครื่อง Superficial x - rays จากบริษัทซีเมนส์ สำหรับรักษามะเร็ง ของอวัยวะระยะตื้นใกล้ผิวหนัง

พ.ศ. 2499
มีการทำ Aortography เป็นครั้งแรกในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ โดยวิธี translumbar puncture โดยให้การวินิจฉัยผู้ป่วยเป็น Coarctation of abdominal aorta

พ.ศ. 2500 รังสีวิทยาวินิจฉัย
มีการตรวจวินิจฉัยหลอดเลือด portal system โดยวิธี Percutaneous splenic portography โดยฉีดเข้าในม้าม เป็นครั้งแรก

พ.ศ. 2501 รังสีวิทยาวินิจฉัย
มีการตรวจ Cerebral angiography และ Pneumoencephalography เป็นครั้งแรกในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ โดย Dr. Sidney Goldring จาก Barnes Hospital St. Louis มลรัฐ Missouri ประเทศสหรัฐอเมริกา

พ.ศ. 2502 รังสีรักษา
มีการติดตั้งเครื่องโคบอลต์ - 60 (GU500) ขนาดความแรง 500 คูรี สำหรับฉายรังสีรักษาผู้ป่วยมะเร็ง โดยได้รับบริจาคจากสภาจันทร์เสี้ยวแดงของประเทศสหภาพสังคมนิยมโซเวียตรัสเซีย เป็นโคบอลต์เครื่องแรกในประเทศไทย เครื่องนี้ใช้จนถึงปี พ.ศ. 2507 จึงเปลี่ยนเครื่องใหม่

พ.ศ. 2502 เวชศาสตร์นิวเคลียร์
มีการก่อตั้งหน่วยไอโซโทปส์ ด้วยความช่วยเหลือของทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (International Atomic Energy Agency หรือ IAEA) ระยะแรกได้จัดซื้อเครื่องมือเฉพาะที่จำเป็น ในการตรวจการทำงานของต่อมธัยรอยด์ และรักษาโรคต่อยธัยรอยด์เป็นพิษ โรคน้ำในช่องปอด ในระยะเริ่มแรกหน่วยไอโซโทปส์ ได้ใช้พื้นที่บางส่วนของตึก 14 ภาควิชา เทคนิคการแพทย์

พ.ศ. 2503
มีการสร้างตึกสวัสดิ์ - ล้อม โอสถานุเคราะห์ อาคาร 3 ชั้น เพื่อเป็นสถานที่ตรวจเอกซเรย์วินิจฉัยในชั้นล่าง เป็นหอผู้ป่วยรักษาโรคมะเร็ง และห้องผ่าตัดใส่แร่ในชั้นที่ 2 และเป็นหน่วยไอโซโทปส์ ในชั้นที่ 3 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จพระราชดำเนินมาทรงประกอบพิธีเปิดตึก เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2506

พ.ศ. 2506 รังสีวิทยาวินิจฉัย
ได้มีการตรวจหลอดเลือดแดงและหลอดเลือดดำ โดยแทงเข้าทาง Femoral artery และ Femoral vein อย่างที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน

พ.ศ. 2507 รังสีรักษา
ทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ หรือ IAEA ส่งผู้เชี่ยวชาญทางฟิสิกส์มาจัดตั้งหน่วย Hospital Physics และฝึกนักฟิสิกส์การแพทย์

พ.ศ. 2507 รังสีรักษา
ติดตั้งเครื่องโคบอลต์ 60 (Theratron 80) ซึ่งเป็นเครื่องที่มีความแรง 6,000 คูรี โดยได้รับบริจาคจากรัฐบาลแคนาดา โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จพระราชดำเนินมาในพิธีเปิดตึกโคบอลต์ เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2508

พ.ศ. 2509 รังสีวิทยาวินิจฉัย
เปิดตึกจิระกิตติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาท ได้เสด็จพระราชดำเนินมาเปิดตึก โดยมีหน่วยเอกซเรย์กุมารอยู่ชั้นล่างของตึกดังกล่าว

พ.ศ. 2510
คณะแพทยศาสตร์ ได้เข้าสังกัดจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จึงใช้ชื่อเป็น "ภาควิชารังสีวิทยา" ซึ่งในขณะเดียวกันก็เป็น "แผนกรังสีวิทยา" โรงพยาบาล จุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ซึ่งได้เปลี่ยนเป็น "ฝ่ายรังสีวิทยา" ในปี พ.ศ. 2540
ภาควิชารังสีวิทยา/ ฝ่ายรังสีวิทยา ประกอบด้วยหน่วยงานหลัก 3 สาขาคือ สาขา รังสีวิทยาวินิจฉัย สาขารังสีรักษา และสาขาเวชศาสตร์นิวเคลียร์

พ.ศ. 2511 รังสีวิทยาวินิจฉัย
มีการก่อสร้างตึกนราธิปพงศ์ประพันธ์ - สุพิณ โดยย้ายเครื่องเอกซเรย์ตรวจระบบหลอดเลือด 2 ระนาบ (Biplanes) ชนิดเอกซเรย์พร้อมกัน ของบริษัทซีเมนส์ ซึ่งได้รับบริจาคจากรัฐบาลสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมันนี เมื่อ พ.ศ. 2505 ไปติดตั้ง ซึ่งได้เปลี่ยนเป็นเครื่อง Neurostar ของบริษัทซีเมนส์ใน พ.ศ. 2543 โดยใช้เงินทุนหมุนเวียนรังสีวิทยาวินิจฉัยจัดซื้อเพื่อขยายงานทางด้านรังสีร่วมรักษาระบบประสาท (Neuro - interventional Radiology) ตึกดังกล่าว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินประกอบพิธีเปิดตึกเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2514

พ.ศ. 2511 รังสีวิทยาวินิจฉัย
ติดตั้งเครื่องเอกซเรย์เพื่อการตรวจ Poly-Tomography ของบริษัทฟิลิปส์ ที่ตึกนราธิปพงศ์ประพันธ์ - สุพิณ ซึ่งได้จำหน่ายชำรุดไปในปี พ.ศ. 2543

พ.ศ. 2515 รังสีวิทยาวินิจฉัย
เริ่มมีการตรวจวินิจฉัยท่อน้ำดีอุดตันโดยวิธี Percutaneous Transhepatic Cholangiography (PTC) โดยใช้เครื่องเอกซเรย์ Fluoroscope

พ.ศ. 2516 เวชศาสตร์นิวเคลียร์
มีการจัดสร้างตึกโปษยานนท์ เพื่อขยายงานด้านการเรียนการสอน และงานบริการ ทางด้านเวชศาสตร์นิวเคลียร์ โดยย้ายหน่วยไอโชโทปส์เดิม จากตึกสวัสดิ์ - ล้อมฯ ชั้น 3 ไปยังอาคาร 4 ชั้น ของตึกโปษยานนท์

พ.ศ. 2517 รังสีรักษา
มีการปรับปรุงตึกโคบอลต์ และก่อสร้างเพิ่มเติมเป็นตึก 3 ชั้น และเปลี่ยนชื่อเป็นตึกอับดุลราฮิมและได้ยกเครื่องโคบอลต์เครื่องแรกจากประเทศสหภาพสังคมนิยม โซเวียตรัสเซีย ให้กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข เพื่อใช้เป็นเครื่องมาตรฐานในการวัดปริมาณรังสี มีพิธีมอบโดยโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย

พ.ศ. 2517 รังสีรักษา
มีการติดตั้งเครื่องโคบอลต์ 60 (Eldorado 78) ขนาด 6,000 คูรี โดยได้รับพระราชทาน จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ

พ.ศ. 2523 รังสีวิทยาวินิจฉัย
มีการจัดซื้อเครื่องอัลตร้าซาวด์เครื่องแรก ยี่ห้อซีเมนส์ จัดจำหน่ายโดยบริษัทวิทยาคม

พ.ศ. 2524 รังสีวิทยาวินิจฉัย
มีการก่อสร้างตึกจุลจักรพงษ์ แทนที่ตึกรัตนสังวาลย์เดิม และจัดซื้อเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ของบริษัทยีอี เมดิคอล ซิสเต็ม (ประเทศไทย) จำกัด (CT8800) ซึ่งได้รับเงินบริจาคจาก มรว. นริศรา จุลจักรพงษ์ โดยเป็นเครื่องแรกของโรงพยาบาลรัฐ

พ.ศ. 2524 รังสีวิทยาวินิจฉัย
เริ่มมีการรักษาโรคโดยใช้การเห็นภาพเป็นเครื่องนำทาง (Interventional Radiology) โดยเริ่มจาการระบายน้ำดีผ่านทางสายสวน (Percutaneous Transhepatic Biliary Drainage) หรือ PTBD

พ.ศ. 2524 รังสีวิทยาวินิจฉัย
เริ่มมีการตรวจวินิจฉัยโรคท่อน้ำดีและท่อตับอ่อนโดยวิธี ERCP (Endoscopic Retrograde Cholangio - Pancreatography)

พ.ศ. 2525 เวชศาสตร์นิวเคลียร์
มีการจัดซื้อเครื่องถ่ายภาพรังสีแกมม่าเครื่องที่ 2 ด้วยงบประมาณแผ่นดิน ที่ตึก โปษยานนท์

พ.ศ. 2525
เริ่มเปิดโรงเรียนรังสีเทคนิค ระดับอนุปริญญา สังกัดฝ่ายรังสีวิทยา โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย โดยโรงเรียนดังกล่าวตั้งอยู่ที่ชั้น 4 ตึกล้วน - เพิ่มพูล ว่องวานิช ตรงข้ามกับสำนักงานหน่วยมะเร็งวิทยา (Medical Oncology) ภาควิชาอายุรศาสตร์

พ.ศ. 2528 รังสีรักษา
มีการพัฒนาการใส่แร่แบบมือมาเป็นแบบควบคุมระยะไกล โดยจัดซื้อแร่ซีเซียม - 137 จากเครื่องใส่แร่อัตราปริมาณรังสีสูง

พ.ศ. 2531 รังสีวิทยาวินิจฉัย
ได้รับบริจาคเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์เครื่องที่ 2 จากรัฐบาลญี่ปุ่น เป็นเครื่องจากบริษัทโตชิบา TCT 400

พ.ศ. 2531 - 2532 รังสีรักษา
มีการสร้างตึกล้วน - เพิ่มพูล ว่องวานิช และจัดตั้งศูนย์ป้องกันและรักษาโรคมะเร็ง โดยย้าย Tumor clinic หอผู้ป่วยและห้องผ่าตัดใส่แร่ จากตึกสวัสดิ์ - ล้อมฯ มาอยู่ที่ตึกนี้

พ.ศ. 2532 รังสีวิทยาวินิจฉัย
สาขารังสีวิทยาวินิจฉัยเปิดหน่วยเอกซเรย์เต้านม (Mammography) และหน่วยอัลตราซาวด์ ที่ตึกล้วน - เพิ่มพูล ว่องวานิช ชั้น 2

พ.ศ. 2532 - 2533 รังสีรักษา
มีการสร้างตึกเอลิสะเบธ จักรพงษ์ พร้อมติดตั้งเครื่องฉายรังสีประกอบด้วย - เครื่องเร่งอนุภาค (Linear Accelerator) 1 เครื่อง พร้อมระบบคอมพิวเตอร์บันทึก ข้อมูล - เครื่องตรวจหาตำแหน่งของลำรังสี (Simulator) 1 เครื่อง - เครื่องวางแผนการรักษาด้วยคอมพิวเตอร์ 1 เครื่อง - เครื่องประดิษฐ์วัสดุทดแทนส่วนของเนื้อเยื่อ 1 เครื่อง

พ.ศ. 2535 เวชศาสตร์นิวเคลียร์
เริ่มการตรวจความหนาแน่นของกระดูกโดยใช้เอกซเรย์ที่ตึกล้วน - เพิ่มพูล ว่องวานิช ชั้น 2 เป็นแห่งแรกในประเทศไทย

พ.ศ. 2535 รังสีวิทยาวินิจฉัย
มีการสร้างอาคาร "อภันตรีปชา" ใหม่ 5 ชั้น เพื่อทดแทนตึกอภันตรีปชา เดิม เพื่อติดตั้งเครื่องตรวจคลื่นสะท้อนในสนามแม่เหล็ก (Magnetic Resonance Imaging หรือ MRI) นับเป็นเครื่อง MRI 1.5 Tesla เครื่องแรกในประเทศไทย

พ.ศ. 2535 รังสีวิทยาวินิจฉัย
ติดตั้งเครื่องเอกซเรย์ Digital Subtraetion Angiography เครื่องแรก ณ ตึกนราธิปพงศ์ประพันธ์ - สุพิณ

พ.ศ. 2538 รังสีวิทยาวินิจฉัย
ย้ายหน่วยเอกซเรย์กุมาร จากตึกจิรกิติ มายังตึก สก. ชั้น 4

พ.ศ. 2538 รังสีรักษา
ติดตั้งเครื่องใส่แร่ควบคุมระยะไกล แบบอัตราปริมาณรังสีสูง Ir - 192 พร้อมเครื่อง เอกซเรย์แบบ C - Arm รักษาผู้ป่วยในระยะเวลาสั้น ผู้ป่วยไม่ต้องอยู่โรงพยาบาล

พ.ศ. 2542 รังสีรักษา
ติดตั้งเครื่องโคบอลต์ 60 Theratron Elite 80 ขนาด 12,000 คูรี โดยได้รับ พระราชทานจากสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ

พ.ศ. 2543 เวชศาสตร์นิวเคลียร์
มีการจัดซื้อเครื่องถ่ายภาพรังสีแกมม่า ชนิดหัววัดหมุนได้รอบตัว (2 หัววัด และ 3 หัววัด) (Single Photon Emission Computed Tomography, SPECT) อีก 2 เครื่อง ที่ตึกโปษยานนท์

พ.ศ. 2543 รังสีวิทยาวินิจฉัย
ติดตั้งเครื่องเอกซเรย์เต้านมระบบดิจิตอล (Digital mammography) ตลอดจนอุปกรณ์ที่ทันสมัยที่ใช้ในการตรวจรักษาเนื้อเยื่อที่ผิดปกติของเต้านม (Mammotome) เป็นแห่งแรกในประเทศไทย และภูมิภาค

พ.ศ. 2543 รังสีวิทยาวินิจฉัย
ได้รับบริจาคระบบเอกซเรย์ Computed Radiography เครื่องแรกจากรัฐบาลญี่ปุ่น ยี่ห้อฟูจิ FCR5000 เพื่อใช้ที่หน่วยเอกซเรย์ผู้ป่วยนอกตึก ภปร. ชั้น 4

พ.ศ. 2545 รังสีวิทยาวินิจฉัย
มีการติดตั้งระบบศูนย์เก็บข้อมูลภาพทางการแพทย์หรือ Picture Archiving Communication System (PACS) เป็นศูนย์เก็บข้อมูลภาพการวินิจฉัยกับผู้ป่วย จากเครื่องเอกซเรย์ระบบ digital ทั้งหมด

พ.ศ. 2546 รังสีวิทยาวินิจฉัย
ได้พัฒนางานทางด้านเอกซเรย์คอมพิวเตอร์โดยติดตั้งเครื่อง multislice CT จำนวน 2 เครื่อง เป็นชนิด 4 slices และ 16 slices เพื่อทดแทนเครื่องเดิม ซึ่งทำให้สามารถเริ่มการตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ของหัวใจและหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจ (Cardiac & coronary CT angiography) การหาปริมาณหินปูนที่หลอดเลือดเลี้ยงหัวใจ การตรวจภายในของลำไส้ใหญ่ (CT colonoscopy) รวมทั้งการตรวจ 3 มิติของอวัยวะอื่นๆ และการตรวจ 4 มิติ (การบีบตัว) ของหัวใจ ด้วย

พ.ศ. 2547 รังสีรักษา
เปลี่ยนชื่อหน่วยงานจาก "สาขารังสีรักษา" เป็น "สาขารังสีรักษาและมะเร็งวิทยา"

พ.ศ. 2547 - 2548 รังสีรักษาและมะเร็งวิทยา
ต่อเติมตึกเอลิสะเบธ จักรพงษ์ เพื่อติดตั้งเครื่องฉายรังสีชุด 3 - 4 มิติ ประกอบด้วย - เครื่องเร่งอนุภาค 2 เครื่อง - เครื่อง CT Simulator ถ่ายภาพ 4 มิติ 1 เครื่อง - เครื่อง Simulator 1 เครื่อง - เครื่องวางแผนการรักษา 2 เครื่อง - ระบบเครือข่ายพร้อม work station ดูภาพและข้อมูลผู้ป่วย 6 เครื่อง

พ.ศ. 2548 รังสีวิทยาวินิจฉัย
มีการจัดซื้อเครื่อง MRI เครื่องที่ 2 เพื่อขยายงาน Functional MRI และ cardiac MRI

พ.ศ. 2548 รังสีรักษา
เริ่มฉายรังสีด้วยเทคนิค 3D Conformal, Dynamic Arc, Intensity Modulated Radiotherapy และ 4D Gating

พ.ศ. 2549 เวชศาสตร์นิวเคลียร์
มีการจัดซื้อเครื่อง PET - CT (Positron Emission Tomography - Computed tomography) รุ่น Biograph 16 จากบริษัทซีเมนส์ เพื่อการตรวจวินิจฉัยระดับการทำงานของเซลล์ เพื่อตรวจหาเซลล์ที่ต้องการใช้พลังงานสูง (high metabolism) เช่น เซลล์มะเร็งเป็นต้น นอกจากนี้ยังใช้ในการวินิจฉัยบริเวณกล้ามเนื้อหัวใจตาย บริเวณสมองที่ทำให้เกิดการชัก หรือโรคสมองเสื่อม

go top


รายนามหัวหน้าภาควิชารังสีวิทยา
1. ศาสตราจารย์ แพทย์หญิงคุณตวัน สุรวงศ์ บุนนาคพ.ศ. 2490 - พ.ศ. 2512
2. ศาสตราจารย์ แพทย์หญิงพิศมัย อร่ามศรีพ.ศ. 2512 - พ.ศ. 2522
3. รองศาสตราจารย์ นายแพทย์ศีลวัต อรรถจินดาพ.ศ. 2522 - พ.ศ. 2525
4. รองศาสตราจารย์ นายแพทย์บุญเที่ยง ศีติสารพ.ศ. 2525 - พ.ศ. 2529
5. ศาสตราจารย์ แพทย์หญิงมาคุ้มครอง โปษยะจินดาพ.ศ. 2529 - พ.ศ. 2533
6. ศาสตราจารย์ แพทย์หญิงคุณหญิงนิตยา สุวรรณเวลาพ.ศ. 2533 - พ.ศ. 2541
7. รองศาสตราจารย์ แพทย์หญิงวัชรี บัวชุมพ.ศ. 2541 - พ.ศ. 2544
8. รองศาสตราจารย์ แพทย์หญิงสมใจ หวังศุภชาติพ.ศ. 2544 - ปัจจุบัน

go top


กรรมการบริหารภาควิชารังสีวิทยา (พ.ศ. 2548 - 2552)
1. รองศาสตราจารย์แพทย์หญิงสมใจ หวังศุภชาติหัวหน้าภาควิชารังสีวิทยา
2. รองศาสตราจารย์นายแพทย์เกียรติ อาจหาญศิริหัวหน้าสาขารังสีวิทยาวินิจฉัย
และผู้ช่วยหัวหน้าภาคฯ ฝ่ายการพัฒนาคุณภาพ
3. ผู้ช่วยศาสตราจารย์นายแพทย์ประยุทธ์ โรจน์พรประดิษฐ์หัวหน้าสาขารังสีรักษาและมะเร็งวิทยา
4. รองศาสตราจารย์นายแพทย์ธวัชชัย ชัยวัฒนรัตน์หัวหน้าสาขาเวชศาสตร์นิวเคลียร์
5. รองศาสตราจารย์ ดร.อัญชลี กฤษณจินดาประธานหลักสูตร วท.ม.สาขาวิชาฉายาเวชศาสตร์
6. รองศาสตราจารย์แพทย์หญิงสุกัลยา เลิศล้ำประธานหลักสูตร ป.บัณฑิตชั้นสูงฯ
7. ผู้ช่วยศาสตราจารย์แพทย์หญิงปานฤทัย ตรีนวรัตน์ผู้ช่วยหัวหน้าภาคฯ ฝ่ายวางแผนและพัฒนา
8. อาจารย์แพทย์หญิงศศิธร ศิริสาลิโภชน์ผู้ช่วยหัวหน้าภาคฯ ฝ่ายปริญญาบัณฑิต
9. ผู้ช่วยศาสตราจารย์แพทย์หญิงนิทรา ปิยะวิเศษพัฒน์ผู้ช่วยหัวหน้าภาคฯ ฝ่ายบัณฑิตศึกษา
10. รองศาสตราจารย์แพทย์หญิงสุภัทรพร เทพมงคลผู้ช่วยหัวหน้าภาคฯ ฝ่ายวิจัย
11. รองศาสตราจารย์ศิวลี สุริยาปีผู้ช่วยหัวหน้าภาคฯ ฝ่ายกิจการพิเศษ
12. รองศาสตราจารย์แพทย์หญิงอัจฉรา มหายศนันท์เลขานุการภาควิชาฯ
13. นางเบญจมาศ พันคงผู้ช่วยเลขานุการ

go top


สถานที่ติดต่อ

ติดต่อได้ที่ ตึกสวัสดิ์ล้อม ชั้นล่าง โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์
ทุกวันในเวลาราชการ
โทรศัพท์ : 02-256-4417-8
e-mail address : xrays@md.chula.ac.th

go top


หน้าแรก | สาขาวิชา | หลักสูตร | บริการ | บุคลากร | ผลงานตีพิมพ์ | งานวิจัย | ความภูมิใจ | อดีต-ปัจจุบัน | Radiology Intranet |

หากมีคำแนะนำหรือข้อเสนอแนะกรุณาติดต่อ ผู้ดูแลเว็ปไซต์ภาควิชารังสีวิทยา.